Member Login

อีเมล์
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก

 


ประโยชน์ของหินภูเขาไฟ กับพืช

             ซิลิก้า (Sio2 --> H4sio4) จากหินแร่ภูเขาไฟ ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้แก่พืช   กลุ่มของหินแร่ภูเขาไฟ ซึ่งเห็นหินลาวา หินเถ้าภูเขาไฟ ที่ผ่านความร้อนมหาศาลจากภายใต้พื้นพิภพจนก่อให้เกิดเป็นหินหนืด (magma) หินลาวา (lava) หลั่งไหลทะลักออกมาทำปฏิกิริยากับสภาพภูมิอากาศที่บางเบาจนก่อให้เกิดการเดือดพล่านมีรูพรุนช่องว่างระหว่างอณูและพื้นที่ผิวมหาศาล หินและแร่ธาตุที่หลอมรวมกันทำให้ได้แร่ธาตุและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชอย่างมากมากมาย ทั้ง ฟอสฟอรัส แคลเซียม โพแทสเซียม เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน โมลิดินั่ม นิกเกิล ไททาเนียม อลูมิเนียม และซิลิก้า โดยเฉพาะซิลิก้า (Sio2) นั้นค่อนข้างที่จะโดดเด่นและมีอยู่มากทีเดียว โดยเฉลี่ยในกลุ่มของหินแร่ภูเขาไฟแต่ละชนิดจะมีปริมาณซิลิก้าอยู่ประมาณ 60-70% 

            ซิลิก้า (Sio2) ตัวนี้คือตัวที่โดดเด่นและทำให้ผลิตภัณฑ์ปรับปรุงดินในกลุ่มของหินแร่ภูเขาไฟมีความแตกต่างจากกลุ่มวัสดุปรับปรุงดินที่มาจากกลุ่มของปูน ปูนมาร์ล (Ca2co3), ปูนเผา (CaO), ปูนขาว (CaoH2), โดโลไมท์ (CaMg Cao3), ฟอสเฟต (ca3[Po4]2) ซึ่งโดยส่วนมากจะมีองค์ประกอบของแคลเซียมเป็นส่วนมาก และแร่ธาตุรองลงมาก็จะเป็นพวกแมกนีเซียม คาร์บอเนตและฟอสเฟต (Po4) จึงทำผลิตภัณฑ์สารปรับปรุงดินส่วนมากจะมีค่าพีเอชที่สูง เมื่อใช้ไปนานโดยไม่ได้รับการตรวจสอบหรือพิสูจน์ดินอย่างสม่ำเสมอก็จะทำให้ดินค่อยสะสมความเป็นด่างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถที่จะปลดปล่อยแร่ธาตุและสารอาหารออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชได้อย่างปรกติ เพราะจะละลายแร่ธาตุสารอาหารบางชนิดอย่างเช่นเหล็ก ทองแดง ออกมามากจนเกินไปทำให้ใบพืชไหม้ หรือจับตรึงฟอสฟอรัส ปลดปล่อยไนโตรเจนให้สูญสลายหายไปโดยง่าย

           การใช้สารปรับปรุงดินที่เป็นกลุ่มวัสดุปูนจะต้องหมั่นตรวจวัดค่าความเป็นกรดและด่างของดินก่อนเสมอ เพื่อที่จะได้ไม่เป็นการตอกย้ำซ้ำเติมดินให้แย่ลงไปยิ่งกว่าเดิม โดยหวังที่จะได้เพียงแคลเซียม แมกนีเซียมและฟอสฟอรัสราคาถูก แต่อาจจะลืมไปว่าจะได้ความเป็นด่างเข้ามาด้วย โดยดินที่เป็นด่างนั้นการปรับปรุงแก้ไขให้ลงมาอยู่ที่พีเอชระหว่าง 5.8 – 6.3 (กรดอ่อนๆ  นั้นต้องใช้ระยะเวลานาน  เพราะเรื่องการทำเกษตรกรรมนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติไม่สามารถที่จะแต่งเติมเสริมสร้างให้ได้รวดเร็วทันใจเหมือนการก่อสร้างตึก อาคารหรือสิ่งก่อสร้างตามหลักวิศวกรรมนั้นไม่ได้  จะต้องทำอย่างค่อยๆ เป็น ค่อยๆไปทีละน้อย ฉะนั้นก่อนใช้กลุ่มวัสดุปูนปรับปรุงดินควรจะต้องหมั่นตรวจเช็คดินของเราให้ดีเสียก่อน

             ในภาคการเกษตรกรรม แร่มอนต์มอริลโลไนต์สามารถนำมาใช้เป็นตัวช่วยกำหนดการไหลและความหนืด รวมทั้งใช้เป็นตัวกลางในการช่วยอุ้มซับสารเคมีปราบวัชพืชและศัตรูพืชเอาไว้ที่ผิว แล้วจึงค่อยๆปลดปล่อยออกสู่สภาพแวดล้อมได้อย่างช้าๆ ทำให้การทำงานของสารเคมีเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และ แร่มอนต์มอริลโลไนต์เป็นตัวช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช, ปรับปรุงและฟื้นฟู สภาพดินให้มีความสมบูรณ์ สามารถเก็บกักแร่ธาตุอาหารสำหรับพืชได้มากขึ้น   ช่วยเพิ่มการแทรกตัวของอากาศให้ดินร่วนซุย (Aeration),  ช่วยเก็บกักน้ำให้อยู่ในดิน (Water Filtration& Holding Capacity),   รวมถึงช่วยเพิ่มอัตราการดูดใช้แร่ธาตุอาหารของพืช (Nutrient Uptake) เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับการปรับปรุงสภาพดินที่เสียหายให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ - ดินดำ น้ำชุ่ม
 

ww.nazagroup2008.com 
  บริษัท นาซ่ากรุ๊ป2008 จำกัด   บางเขน กทม. 

อีเมล์  nazagroup2008.com

เฟสบุ๊ค  : facebook.com/pages/หัวกวาง/469936816470871

 
เว็บสำเร็จรูป